อกหัก...ไม่ยักกะตาย 

แล้วถ้าอกหัก ขึ้นมาจริงๆ หล่ะ จะทำอย่างไงกันดี ........  แล้วเราจะมีวิธีการใดในการรับมือกับ อาการข้างเคียงของอาการอกหักได้บ้างหล่ะ .......... จากการศึกษาวิจัยโดยใช้ตัวเองทดลองมาเป็นเวลานาน  พบว่า ............ มันมีหลายวิธีการด้วยกัน  ที่จะช่วยในการบรรเทา หรือทุเลาอาการเหล่านั้นได้

* ที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้เกิดจากการวิจัยของผู้เขียนเอง ดังนั้นวิธีการบางอย่างอาจจะนำไปใช้กับตัวท่านผู้อ่านเองโดยตรงไม่ได้เนื่องจากตัวแปรที่ต่างกัน  ขอให้นำแนวทางไปใช้แทนก็แล้วกัน  หากใช้ได้ผลก็คงจะดีไป หาก....ใช้ไม่ได้ผลก็อย่าโทษกันเลยนะ  ก็บอกแล้วว่าตัวแปรมันต่างกันนน!!!!!!!!!!

1.เสียใจ  แน่นอนหล่ะอกหักก็ต้องเสียใจกันเป็นธรรมดา เมื่อเสียใจแล้วก็ต้องเสียใจให้มันเต็มที่ไปเลย ซึ่งการแสดงความเสียใจของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน .... บ้างอาจทำตาม  MV วิ่งตากฝนให้ตัวเปียกเล่นๆๆ แต่ถ้าฝนไม่ตกก็เข้าไปอาบน้ำทั้งเสื้อนั้นแหละ  หรือบางคนอาจร้องไห้ฟูมฟายก็จงร้องไปเถอะร้องให้มันเต้มทีไปเลย  หากเสียใจแล้วเราควรจะปล่อยความเสียใจที่เรามีออกมาให้หมด  ไม่ต้องไปกั๊กมันนะ ...... หากกั๊กมันไว้มันอาจจะกลายเป็นความเครียดที่สะสมอยู่ในตัวเราแทนก็ได้ .... เปรียบเทียบเหมือนเรา ฉี่ อ่ะ ...แต่เราฉี่ไม่หมดซะงั้นอั้นส่วนที่เหลือเอาไว้  แทนที่เราจะสบายตัวที่ฉี่หมดกลับต้อง  ลำบากตอนอั้นฉี่ส่วนที่เหลือ ........

*แน่นอนการแสดงออกถึงความเสียใจนั้น เป็นเรื่องดีแต่ก็ต้องคำนึงถึงอะไรหลายๆๆ อย่างด้วยเช่นกัน  เนื่องด้วยเราอยู่ในสังคม ดังนั้นการแสดงออกถึงความเสียใจของเรานั้นก็ต้องคำนึงถึงผู้อื่นด้วยนะ ไม่ใช่ก็ฉันจะเสียใจอ่ะจะ ทำไมก็เลยไปนั่งร้องไห้กลางถนนซะงั้น  เดือดร้อนผู้อื่นอีก เป็นต้น  

*** ที่สำคัญ การเสียใจนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำแต่การเสียใจแล้ว  ทำร้ายตัวเองนั้นหาใช่สิ่งที่ควรทำไม่   สิ่งมีชีวิตอื่นยังรักตัวกลัวตาย หาได้ทำร้ายตัวเองไม่ เราเองเป็นคนแท้ๆ ก็ไม่ควรทำร้ายตัวเองเช่นกัน

 

2.หลังจากเสียใจไปเต็มที่แล้ว  คราวนี้ก็ถึงเวลามานั่งทบทวนตัวเองแล้วหล่ะ ว่าทำไมเราถึงอกหัก  ไม่ต้องไปหาเหตุจากฝ่ายตรงข้ามเลยนะ  เพราะเราไม่รู้หรอกว่าจริงๆๆ แล้วเค้าคิดอย่างไง  เหตุผลที่เค้าบอกเลิกกับเรา เช่นว่า  เราเข้ากันไม่ได้ .... เราเลิกกันเหอะ  บางครั้งมันอาจจะไม่ได้มาจากใจของฝ่ายนั้นจริงๆๆ ก็ได้อันนี้เราไม่มีทางรู้ใจเค้าหรอก  เรามาดูตัวเราเองดีกว่าว่าเราบกพร่องอะไรไปบ้าง ......... บางครั้งเราเองอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ว่าเรานะเอาแต่ใจเกินไป  จู้จี้จุกจิกเกินไป  ขี้บ่น ขี้วีน ขี้งอน หรือขี้อื่นๆๆ ก็สุดแล้วแต่หรือจะเจ้าชู้ ติดเพื่อน ติดเกมส์ ติดบอล ติดกิ๊ก แน่นอนพฤติกรรมเหล่านี้มันเป็นเรื่องไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ...... ให้ลองกลับมาคิดถึงตัวเราดูบ้างว่า  หากเราต้องเจอพฤติกรรมเหล่านี้บางเราเองจะรับมันได้ไหม ? แล้วเราจะทนได้ขนาดไหน  ถ้าเราเจอกับตัวเองคงไม่ชอบแน่  ในเมื่อรู้เช่นนั้นแล้วก็จงอย่าทำอีก  เอาโอกาสที่เราอกหักนี้แหละมาใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ดีเหล่านั้นเสีย  มันจะทำให้เราเองกลายเป้นคนใหม่โดยไม่รู้ตัวเลยนะ.........

 

3.หลังจากสำรวจความบกพร่องอันเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ดีของเราแล้ว  คราวนี้ก็มาถึงการพัฒนาตัวเอง  เพื่อนเราเคยปลอบใจตอนอกหักว่า  อย่าไปคิดมากเลย ให้คิดซะว่าเค้านะพลาดคนดีๆๆ อย่างเราไปต่างหาก  เราว่าเป็นการให้กำลังใจที่ดีเลยนะ  แต่หากเรายังคิดอย่างนี้ไปเรื่อยๆๆ มันจะกลายเป็นว่าเรากำลังหลอกตัวเองอยู่ว่าเรานะเป็นคนดี  คนที่มีคุณค่า  ดังนั้นเราควรจะพัฒนาตัวเองให้มันแท้จริงต่างหาก ........ หันกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น  ทั้งหน้าตา  ร่างกาย บุคลิก จากที่เคยปล่อยตัวให้อ้วนกลม  หรือกินอะไรตามใจ  ไม่เคยสนใจทรงผม หน้าตามันก็ไม่เคยใส่ใจ อันนี้ไม่ได้บอกว่าให้ไปเข้าคอสดูแลผิวหน้า  หรือต้องไปไดเอทลดความอ้วนจนมากเกินไป  หรือต้องใช้เครื่องสำอางค์แพงๆ นะ มันไม่ใช่ แต่ให้ใส่ใจความเป็นอยู่ให้มากขึ้นต่างหาก หน้าที่เคยปล่อยให้มัน ก็ลองล้างหน้าบ่อยๆ ดูบ้าง ไม่เคยแต่งหน้า ทำผมก็ลองทำดูนิดๆๆ หน่อยๆ ไม่ต้องมากเกินไปเอาแบบที่เราเห้นว่ามันเหมาะกับเรา ที่สำคัญการแต่งหน้าทำผมนั้น  ต้องทำแล้วให้รู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเอง ย้ำเลยนะ  อย่าได้ไปตามคนอื่นเด็ดขาดเพราะมันจะทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเรา  แล้วหลังจากนั้นเราก็จะเบื่อหยุดทำ  และก็จะกลับมาเป้นเหมือนเดิม เสื้อผ้าก็เช่นกันลองปรับนิดๆๆ ค่อยๆๆเป้นค่อยๆ ไปลองถามเพื่อนๆๆ ดูว่าจะปรับอย่างไงบ้าง ไเราเชื่อว่าต้องมีเพื่อนซักคนในกลุ่มเราแหละน่าที่แต่งตัวเก่ง  ถามมันเลยให้มันแนะนำให้ แล้วก็เอามาปรับๆๆ ตามแบบของเราร่างกายเราก็ให้มันดูดีอ่ะ แบบว่าไม่ต้องอ้วนมากเกินไปอันนี้ก็เพื่อสุขภาพของตัวเองด้วยนะ  ออกกำลังกายดูบ้างก็ดี

เรื่องบุคลิคก็เหมือนกันอันนี้สำคัญเลยนะ บุคลิกบางอย่างที่ดูไม่ดี เช่น เดินหลังไม่ตรง กินมูมมาม ก็ให้ปรับตัวเองบ้าง .... แรกๆๆ มันอาจจะไม่ค่อยเข้านะเพราะมันเป้นของใหม่แต่ให้นึกเสมอว่าถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงวันนี้แล้วเราจะเปลี่ยนแปลงวันไหน  แต่ก็อย่างที่บอก อย่าได้เปลี่ยนไปในแบบที่เป้นการบังคับตัวเอง ค่อยๆๆเป้น ค่อยๆๆ ไปพยายามหาสิ่งที่เข้า  สิ่งที่เหมาะกับตัวเราให้มากที่สุด  ให้มันค่อยๆๆ ชินจนกลายเป้นนิสัยของเราในที่สุด 

* เรื่องการพัฒนาตัวเองนี้ไม่ใช้จะทำให้เราดูดีอย่างเดียวนะ  มันอาจส่งผลถึงงานของเราด้วยย  งานบางงานก็ต้องการคนที่บุคลิกดี  ดังนั้น เมื่อเป้นเช่นนี้ก็ใช้วิกฤติของการอกหักให้เป็นโอกาสซะ  ในการพัฒนาตัวเองงง


4.หัดให้กำลังใจตัวเอง  การให้กำลังใจตัวเองเป้นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งเลยนะ  บางครั้งเราอาจจะอยู่ในสถานะการณ์ที่ต้องการกำลังใจ แต่ไม่อาจหาคนที่จะคุย จะให้กำลังใจเราได้  เราต้องหัดให้กำลังใจตัวเองบ้าง  การให้กำลังใจตัวเอง  ไม่เหมือนกับการหลอกตัวเองนะ  เพราะการหลอกตัวเองก็การพูดถึงตัวเองในเรื่องดีๆๆ แต่กลับไม่ได้ลงมือทำอะไรให้มันดีขึ้นเลย  แต่การให้กำลังใจตัวเองนั้น คือการที่เราได้ลงมือทำแล้วเราเกิดท้อขึ้นมา  เราจึงให้กำลังใจตัวเองให้พยายามสู้ต่อ  ฝ่าฝันอุปสรรค ที่เกิดขึ้นมาต่างหาก .......... ลองให้กำลังใจตัวเองดูบ้างเพราะถ้าเราไม่ให้ตัวเราแล้วรอคนอื่นมาให้  บางทีมันอาจจะสายเกินไปก็ได้นะ

 

5.สุดท้ายแล้วมั้งนะ ......จิตใจที่เข้มแข็ง  อันนี้คงบอกไม่ได้ว่าต้องทำอย่างไงนะ  ต้องฝึกฝนกันเอง เพราะทั้งหลายแหล่ ที่กล่าวมาหากขาดจิตใจที่เข้มแข็งแล้วหล่ะก็ทุกอย่างก็จะกลายเป็นศูนย์ทันที  จิตใจมี่เข้มแข็งไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดๆๆ นั้นแหละจะเป็นเครื่องมือที่ดีที่จะทำให้เราฝ่าวิกฤติของการอกหักไปได้อย่างดีที่สุดดดด

 

ท้ายนี้อย่าได้กลัวว่าจะต้องอกหักเลยนะ  อกหักแล้วเสียใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา  จะทุกข์หรือสุขเข้ามาแล้วมันก็ต้องผ่านไป  .....  มันอยู่ที่เราต่างหากว่าจะคิดอย่างไงกับมัน  หากคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ปรับปรุงตัวเอง  พัฒนาตัวเอง  หรือหากคุณจะเลือกเก็บมันไว้เป้นความทุกข์กับตัวของคุณตลอดไป

 

สุดท้ายมันก็อยู่ที่ตัวคุณว่าจะเลือกอย่างไง

 

* เขียนไว้เพื่อตัวเองอกหักจะได้กลับมานั่งอ่าน.......... เป็นคู่มือ  แต่หวังว่าจะไม่เกิดนะ สาธุ.............

Comment

Comment:

Tweet

Thank you . ขอบคุณสำหรับแสงนำทางให้สว่าง. เพราะในขณะที่กำลังอยู่ในอาการอกหัก ทุกคนล้วนมืดมน แนวทางนี้คือทางออกที่ดี. ขอบคุณมากๆครับ

#4 By Gumm (115.67.0.138) on 2012-04-24 01:56

เรื่องรักเรื่องเล็ก อย่าไปอารัยกะมันมากมายเลย

ชีวิดคนเราเกิด เราต้อง ทดเเทนบุนคุนพ่อเเม่จิ

ช่ายมะทุกคน คน คนนนั้นไม่สามารถมาทำรายชีวิดเราได้หลอก เน๊อะ

#3 By kwan (125.26.50.111) on 2009-03-13 18:07

นั้นสิเนอะ คุณ finch ต้องรักตัวเองให้มากๆๆ surprised smile

#2 By cherried on 2009-02-01 18:48

big smile แล้วก็รักตัวเองให้มากๆ ค่ะ
นึกเสมอว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่เราทำให้ตัวเองมีความสุข

หลังจากเศร้า เสียใจมากพอแล้ว

สู้ๆค่ะ เราทำมันได้อยู่แล้วค่ะ

#1 By finch on 2009-02-01 10:41